มือสกปรกอย่าขยี้ตา! เตือนภัยทุกคนที่ชอบสัมผัสใบหน้า
สรุปสั้นๆเตือนภัยพนักงานออฟฟิศเรื่องพฤติกรรมการขยี้ตาโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคตาอักเสบ พร้อมแนะวิธีดูแลสุขอนามัยในที่ทำงานและการเข้าถึงยาหยอดตาผ่านสวัสดิการออนไลน์

ภัยเงียบจากปลายนิ้ว: ทำไมการขยี้ตาถึงอันตราย?

ในหนึ่งชั่วโมง พนักงานออฟฟิศอาจสัมผัสใบหน้าและดวงตาโดยไม่รู้ตัวมากกว่า 20 ครั้ง มือของเราที่สัมผัสทั้งคีย์บอร์ด เมาส์ โทรศัพท์มือถือ หรือแม้แต่ปุ่มกดลิฟต์ ล้วนเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคจำนวนมาก เมื่อเรานำมือที่ปนเปื้อนมาขยี้ตา เชื้อแบคทีเรียและไวรัสจะเข้าสู่เยื่อบุตาโดยตรง นำไปสู่อาการตาอักเสบที่ส่งผลกระทบต่อการทำงาน

แหล่งสะสมเชื้อโรคในออฟฟิศที่คุณอาจมองข้าม

โต๊ะทำงานเป็นที่อยู่ของแบคทีเรียมากกว่าที่นั่งชักโครกถึง 400 เท่า หากเราไม่มีสุขอนามัยที่ดีพอ เชื้อโรคเหล่านี้จะกลายเป็นต้นเหตุของโรคตาแดงและตาอักเสบได้อย่างง่ายดาย

1. อุปกรณ์คอมพิวเตอร์

คีย์บอร์ดและเมาส์เป็นจุดที่มีการสัมผัสบ่อยที่สุด และมักมีเศษฝุ่นหรือคราบสกปรกฝังตัวอยู่ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อแบคทีเรียกลุ่มสแตฟฟิโลคอกคัส (Staphylococcus) ที่ทำให้เกิดตาอักเสบเป็นหนอง

2. โทรศัพท์มือถือ

เรามักพกโทรศัพท์ไปทุกที่ รวมถึงในห้องน้ำ ความร้อนจากหน้าจอโทรศัพท์ยังช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของเชื้อโรค เมื่อเราคุยโทรศัพท์แล้วเผลอนำมือมาลูบหน้าหรือขยี้ตา เชื้อโรคเหล่านั้นก็พร้อมจะย้ายเข้าสู่ดวงตาทันที

3. ระบบปรับอากาศและฝุ่นละออง

ฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ลอยอยู่ในระบบระบายอากาศของอาคารสำนักงาน สามารถทำให้เกิดอาการระคายเคืองตา (Allergic Conjunctivitis) ซึ่งกระตุ้นให้เราอยากขยี้ตามากขึ้น จนกลายเป็นการนำเชื้อโรคจากมือเข้าสู่ตาซ้ำเติมเข้าไปอีก

บริเวณที่สัมผัสความเสี่ยงต่อดวงตาวิธีป้องกันเบื้องต้น
คีย์บอร์ด/เมาส์เชื้อแบคทีเรียสะสมเช็ดทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์สม่ำเสมอ
สมาร์ทโฟนเชื้อไวรัสและแบคทีเรียใช้ทิชชู่เปียกฆ่าเชื้อเช็ดหน้าจอทุกวัน
ปุ่มกดลิฟต์/ราวจับเชื้อโรคจากบุคคลอื่นล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ทันทีหลังสัมผัส

ความเสี่ยงของเชื้อโรคจากจุดสัมผัสต่างๆ ในอาคารสำนักงาน

วิธีเลิกพฤติกรรม "มืออยู่ไม่สุข" เพื่อดวงตาที่สดใส

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นวิธีที่ยั่งยืนที่สุดในการป้องกันตาอักเสบ

  • ใช้ทิชชู่แทนนิ้วมือ: หากรู้สึกระคายเคืองตา ให้ใช้ทิชชู่สะอาดหรือคอตตอนบัดในการซับน้ำตาหรือกำจัดสิ่งสกปรกแทนการใช้ปลายนิ้ว
  • ล้างมือให้เป็นนิสัย: ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งหลังหยิบจับของส่วนรวม หรือก่อนสัมผัสใบหน้า
  • ใช้ยาหยอดตาบรรเทาอาการคัน: หากมีอาการคันจากภูมิแพ้หรือตาแห้ง การใช้ยาหยอดตาที่เหมาะสมจะช่วยลดความอยากขยี้ตาได้

รักษาตาอักเสบได้ทันใจ ไม่ต้องลาไปร้านยากับ Health at Work

เมื่ออาการตาแดงเริ่มรบกวนการทำงาน หรือมีขี้ตามากจนลืมตาไม่ได้ การฝืนทำงานต่อหรือรอจนเลิกงานอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น ระบบสวัสดิการของ Health at Work จึงถูกออกแบบมาเพื่อพนักงานออฟฟิศโดยเฉพาะ

คุณสามารถปรึกษาแพทย์ผ่านระบบ Telemedicine ได้ทันทีจากที่โต๊ะทำงาน แพทย์จะประเมินอาการว่าเป็นการติดเชื้อประเภทใด และสั่งยาหยอดตาที่ตรงกับอาการให้คุณอย่างแม่นยำ

ที่สำคัญที่สุดคือ บริการจัดส่งยาถึงออฟฟิศหรือบ้าน คุณไม่ต้องเสียเวลาฝ่ารถติดไปโรงพยาบาลหรือเดินหาซื้อยาด้วยตัวเอง ช่วยให้การรักษารวดเร็วขึ้น ลดโอกาสการแพร่เชื้อให้เพื่อนร่วมงาน และช่วยให้ดวงตาของคุณกลับมาพร้อมลุยงานต่อได้อย่างไวที่สุด

ข้อควรจำยาล้างตา (Eye Wash) ไม่ใช่ยาหยอดตา (Eye Drops) และไม่สามารถใช้แทนกันได้ หากมีอาการติดเชื้อควรใช้ยาหยอดตาที่มีตัวยาฆ่าเชื้อตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น

สรุป

ดวงตาเป็นอวัยวะที่บอบบางและสำคัญยิ่งต่อการทำงาน พฤติกรรมการขยี้ตาด้วยมือที่สกปรกอาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สามารถนำไปสู่ปัญหาใหญ่ที่ขัดขวางประสิทธิภาพในการทำงานได้ การรักษาสุขอนามัยของมือควบคู่ไปกับการใช้สวัสดิการ Health at Work เพื่อเข้าถึงการรักษาและรับยาอย่างรวดเร็ว คือคำตอบที่ช่วยให้พนักงานออฟฟิศยุคใหม่มีสุขภาพตาที่แข็งแรงอยู่เสมอ

คำถามที่พบบ่อย

นอกจากเสี่ยงต่อการติดเชื้อแล้ว การขยี้ตาแรงๆ เป็นประจำอาจทำให้กระจกตาผิดรูป (Keratoconus) ส่งผลให้สายตาเอียงและพร่ามัวได้ในระยะยาว

หากยังไม่มีอาการผิดปกติ ให้รีบล้างมือให้สะอาดและสังเกตอาการ หากเริ่มมีตาแดง คัน หรือมีขี้ตาผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ทันที

ห้ามทำเด็ดขาด เพราะการใช้ยาหยอดตาร่วมกันคือช่องทางการแพร่เชื้อไวรัสและแบคทีเรียที่รวดเร็วที่สุด รวมถึงยาของเพื่อนอาจไม่ตรงกับสาเหตุการแพ้ของคุณ

ระบบจะดำเนินการจัดส่งยาตามคำสั่งแพทย์อย่างรวดเร็วตามมาตรฐานการขนส่ง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ทันท่วงทีที่สุด

แชร์ให้เพื่อนเลย
อยากลองใช้? ง่ายนิดเดียว!เพิ่มเราเป็นเพื่อนคุณแอดไว้ ได้ใช้แน่