เมื่อไข้หวัดใหญ่บุกในที่ทำงาน เอาตัวรอดยังไงไม่ให้แพร่กระจายต่อที่บ้าน
สรุปสั้นๆเมื่อไข้หวัดใหญ่บุกออฟฟิศ การรู้วิธีป้องกันการแพร่กระจายเชื้อเป็นสิ่งสำคัญ บทความนี้แนะนำ 5 วิธีเอาตัวรอดจากการเป็นต้นตอคลัสเตอร์ พร้อมแนะนำระบบสวัสดิการสุขภาพยุคใหม่ที่ช่วยให้คุณรักษาตัวได้โดยไม่ต้องไป รพ.

เมื่อออฟฟิศกลายเป็นพื้นที่เสี่ยง: ทำไมไข้หวัดใหญ่ถึงแพร่กระจายเร็ว?

สภาพแวดล้อมในที่ทำงานส่วนใหญ่ที่เป็นระบบปิดและมีการใช้เครื่องปรับอากาศร่วมกัน คือปัจจัยหลักที่ทำให้เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza) แพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว เพียงการ "จาม" หรือ "ไอ" ครั้งเดียว เชื้อไวรัสสามารถลอยอยู่ในอากาศและเกาะอยู่ตามพื้นผิวสัมผัสต่างๆ ได้นานหลายชั่วโมง การเปลี่ยนจากอาการป่วยคนเดียวไปเป็น "คลัสเตอร์ออฟฟิศ" จึงเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าที่คุณคิด

6 วิธีเอาตัวรอดไม่ให้เป็นต้นตอคลัสเตอร์

หากคุณเริ่มมีอาการคัดจมูก ไอ หรือจาม นี่คือ 5 ขั้นตอนปฏิบัติเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเพื่อนร่วมงานและส่วนรวม:

1. สวมนหน้ากากที่แนบสนิท

หากจำเป็นต้องอยู่ในออฟฟิศ การสวมหน้ากากอนามัยที่แนบสนิทกับใบหน้าจะช่วยกักเก็บละอองฝอยจากการจามได้ถึง 80-90% ลดโอกาสที่เชื้อจะฟุ้งกระจายในระบบหมุนเวียนอากาศ

2. จามใส่ข้อพับศอกแทนฝ่ามือ

การใช้ฝ่ามือปิดปากขณะจามจะทำให้เชื้อไวรัสติดอยู่ที่มือ และเมื่อคุณไปสัมผัสลูกบิดประตู ปุ่มลิฟต์ หรือเครื่องถ่ายเอกสาร เชื้อจะถูกส่งต่อให้เพื่อนร่วมงานทันที การจามใส่ข้อพับศอกจึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่า

3. พกเจลแอลกอฮอล์ไว้ที่โต๊ะทำงาน

ควรทำความสะอาดมือทุกครั้งหลังจากสัมผัสใบหน้า หรือหลังจากใช้สิ่งของส่วนกลาง เพื่อตัดวงจรการแพร่เชื้อผ่านการสัมผัส

4. สังเกตอาการ "หวัด" กับ "แพ้อากาศ"

หลายคนคิดว่าเป็นเพียงภูมิแพ้จึงไม่กักตัว แต่หากมีไข้ร่วมด้วย นั่นคือสัญญาณของไข้หวัดใหญ่ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

ลักษณะอาการภูมิแพ้อากาศไข้หวัดใหญ่
ไข้ไม่มีไข้ไข้สูงฉับพลัน
อาการจามจามต่อเนื่องหลายครั้งจามร่วมกับอาการเจ็บคอ
ความอ่อนเพลียปกติอ่อนเพลียรุนแรง ปวดเมื่อยตัว

ความแตกต่างระหว่างอาการภูมิแพ้อากาศและไข้หวัดใหญ่

5. หมั่นทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัส

คีย์บอร์ด โทรศัพท์มือถือ เนื่องจากเป็นแหล่งสะสมเชื้อที่คนมักลืมทำความสะอาด แม้จะล้างมือบ่อยแค่ไหนแต่ถ้ากลับมาเสัมผัสคีย์บอร์ด ล่นมือถือที่ปนเปื้อน ก็ยังสามารถสัมผัสเชื้อได้อยู่ดี

6. หยุดงานทันทีเมื่อมีไข้ (The Best Exit Strategy)

วิธีที่ได้ผลดีที่สุดในการไม่สร้างคลัสเตอร์คือการ "ไม่อยู่ในพื้นที่" หากเริ่มมีไข้ การลาพักเพื่อรักษาตัวที่บ้านคือทางเลือกที่เป็นมืออาชีพที่สุด

รักษาตัวแบบ Smart ไม่ต้องแบกสังขารไปโรงพยาบาล

ในวันที่คุณเริ่มมีอาการและต้องการตัดวงจรการแพร่เชื้อ การต้องฝืนขับรถไปโรงพยาบาลเพื่อรอคิวรับยาอาจทำให้ร่างกายทรุดหนักกว่าเดิม ปัจจุบันบริษัทชั้นนำได้เลือกใช้ระบบของ Health at Work เพื่อดูแลพนักงานแบบเชิงรุก

ด้วยระบบ Telemedicine และการส่งยาถึงบ้าน พนักงานสามารถปรึกษาแพทย์ผ่านแอปพลิเคชันได้ทันทีจากที่บ้าน เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ ระบบจะดำเนินการจัดส่งยาต้านไวรัสและยาตามอาการให้ถึงหน้าประตูบ้านภายในเวลาอันรวดเร็ว วิธีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้พนักงานได้รับการรักษาที่ทันท่วงที แต่ยังเป็นวิธีที่ "เนียน" ที่สุดในการป้องกันไม่ให้ออฟฟิศเกิดคลัสเตอร์ไข้หวัดใหญ่ เพราะผู้ป่วยสามารถแยกกักตัวและรับยาได้โดยไม่ต้องก้าวเท้าออกจากบ้านแม้แต่ก้าวเดียว

สวัสดิการยุคใหม่การส่งยาถึงบ้านผ่านระบบ Health at Work ช่วยลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อในที่ทำงานได้ถึง 100% และช่วยให้พนักงานเข้าถึงยาต้านไวรัสภายใน 48 ชั่วโมงแรกที่มีอาการ

สรุป

การเอาตัวรอดจากไข้หวัดใหญ่ในที่ทำงานไม่ใช่แค่เรื่องของสุขอนามัยส่วนบุคคล แต่คือการบริหารจัดการความเสี่ยงร่วมกัน การใช้ตัวช่วยอย่างระบบสวัสดิการส่งยาถึงบ้านจะทำให้การ "สู้ชีวิต" กับงานไม่ต้องแลกมาด้วยสุขภาพของเพื่อนร่วมงานทั้งแผนก

คำถามที่พบบ่อย

ควรหมั่นเช็ดโต๊ะทำงานด้วยแอลกอฮอล์ สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และล้างมือทุกครั้งก่อนสัมผัสใบหน้าหรือรับประทานอาหาร

เชื้อไวรัสสามารถอยู่บนพื้นผิวเรียบแข็ง เช่น โต๊ะ หรือแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ได้นาน 24-48 ชั่วโมง

ครอบคลุมทั้งยาสามัญและยาควบคุมที่ต้องสั่งโดยแพทย์ เช่น ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ โดยยาทุกตัวผ่านการคัดกรองจากเภสัชกร

ช่วยลดความเสี่ยงการรับเชื้อเพิ่มที่โรงพยาบาล ลดความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง และลดโอกาสการแพร่เชื้อสู่สาธารณะ

แชร์ให้เพื่อนเลย
อยากลองใช้? ง่ายนิดเดียว!เพิ่มเราเป็นเพื่อนคุณแอดไว้ ได้ใช้แน่